Travel

LOST IN FUKUSHIMA ตอน 6 หนึ่งวันในเมือง โคริยามา เช้าดูดาว บ่ายชอปปิ้ง

posted by oatkrubpom August 8, 2017 0 comments

 

 

นอนดูดาวในยามเช้า พอบ่ายเราก็ไปชอปปิ้งกัน จากนั้นกลับเข้าโตเกียว

 

11 กรกรกฎาคม 2560

วันนี้เป็นวันที่ 6 ของการเดินทางในทริป ฟุกุชิมะ แล้วฮะ

วันท้ายๆ ก็ขออะไรเบาเบาบ้าง หลังจากมุทะลุ เที่ยวแบบไม่สนใจสภาพร่างกายเอาซะเลย

วันนี้เลยขอเที่ยวมิวเซียม จากนั้นชอปปิ้ง แล้วก็กลับเข้าโตเกียว ^^”    

เลยออกมาเป็นรีวิวตอนนี้ : หนึ่งวันใน โคริยามา เช้าดูดาว บ่ายชอปปิ้ง

ปะๆ ไปเที่ยวกัน

 

 
ตื่นสายๆ ไม่รีบไม่ร้อนมาก พักให้เต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเวลาครึ่งวัน ก่อนกลับเข้าโตเกียวเพื่อเตรียมกลับเมืองไทย

ดังนั้น ตื่นสายได้ แต่ต้องได้เที่ยวโคริยามาด้วย 55+ ช่างจะมีความต้องการขัดแย้งกันจริงๆ

เริ่มต้นเช้า ด้วยการเช็คเอาท์ลากกระเป๋าไปที่สถานี KORIYAMA JR STATION

จากนั้นก็บุกขึ้นไปชั้น 2 ของสถานี เพื่อไป KORIYAMA TOURIST INFORMATION ก่อนเลยฮะ

ไปขอข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทาง กับขอคำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในโคริยาม่าก่อนเลย เจ้าหน้าที่ต้อนรับดีมาก น่ารักมาก ^^”

แถมบอกข้อมูลสุดสะเทือนใจแก่ผมว่า ” ไม่อยู่ถึงสัปดาห์หน้าเหรอคะคุณ … สุดสัปดาห์นี้เรามีเทศกาลโคมไฟฤดูร้อนด้วยนะคะ … “

O_o” หืม อีก 3- 4 วันข้างหน้านี่นา

แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >_<” มาผิดไปแค่ไม่กี่วันเอง … อยากเขกกะโหลกตัวเองจริงๆ จัดตารางเที่ยวไม่ดีเอง แง่งๆ

ด้วยความที่เป็นคนชอบพิพิธภัณฑ์ทั้งแบบแสดงของเก่า หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ  พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นิทรรศการก็ชอบ

ชอบไปดูไอเดียใหม่ๆ ชอบไปอัพเดทว่าโลกไปถึงไหน มีอะไรน่าสนใจ หรือเอากลับมาเติมไอเดียในการทำงานบ้าง

ออกแนว ไปจุดไฟให้ตัวเองให้ลูกโชน (ฟู่ๆๆๆๆๆๆ)

ดังนั้น เลยได้แวะไปเที่ยวที่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองโคริยามา Koriyama City Fureai Science Center

คุณเจ้าหน้าที่บอกว่า … ที่นี่มีอะไรไม่ธรรมดา ที่สำคัญติดอันดับโลกด้วยนะ 

ก่อนจะไปเที่ยว ต้องทำตัวให้เบาๆ หาที่ฝากกระเป๋าในอาคารสถานีรถไฟก่อนฮะ … ค่าฝากแบบล๊อกเกอร์หยอดเหรียญก็ 700 เยน ราว 210 บาท

แต่ทำให้การท่องเที่ยวของเราสบายตัวขึ้นเยอะเลย

วิธีการ “เดิน” ไปยัง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองโคริยามา Koriyama City Fureai Science Center ก็ไม่ยากเลยฮะ
ออกมาจากประตูใหญ่ ของสถานี JR KORIYAMA STATION แล้วแหงนหน้าขึ้นฟ้าทางขวาเลยฮะ

แหงนปุ๊บ เจออาคาร BIG – I ตึกใหญ่ๆ ตั้งตระหง่านเลยฮะ … สังเกตดีๆ จะเห็นลูกอะไรกลมๆ สีเงินๆ บนยอดตึกด้วยฮะ … เด่นซะ

นี่อุตส่าห์เดินลงมาพื้นราบ พอเดินมาจนสุดทางเพื่อที่จะรู้ว่า ทางเดินลอยฟ้า มันเชื่อมกับอาคารสถานีรถไฟที่ชั้น 2 ด้วย

555+ ทำอะไรได้ ปีนบันไดขึ้นไปชั้น 2 สิ จะได้เข้าตึกได้ … แถมไต่บันไดขึ้นมา … อ่าวววว ข้างๆ มีบันไดเลื่อน 555+

เพลียชีวิตตัวเองมาก

เดินแว้บเดียวก็มาถึงแล้ว

ด้าหนน้ามีสตาร์บักส์ด้วย พนักงานดี๊ดี

เดินเข้ามาปุ๊บ มองซ้ายมือจะเจอลิฟท์ที่จะพาเราขึ้นไปชั้น 22 … กดไปชั้น 22 เลยฮะ

ไม่หลงเพราะป้ายชัดเจน อิอิอิ

ตอนลิฟท์ขึ้นนี่ก็เก๋มากกกกก   ทำเป็นห้องโดยสารมืดๆ ทึมๆ ไฟตรงพื้นวูบวาบเหมือนไอพ่นพาเราขึ้นไปบนอวกาศเลยฮะ
ฟีลกำลังทะยานฟ้า … เด็กๆมาต้องชอบแน่ๆ เก๋กู้ด

ขึ้นมาถึงชั้น 22 ปุ๊บ ก็ตรงดิ่งไปตรงประชาสัมพันธ์เลยฮะ ลองดูหน่อยว่าที่นี่มีอะไรให้ดูบ้าง

สำหรับราคาค่าตั๋ว แยกเป็นสองส่วนนะครับ

1. ส่วนของท้องฟ้าจำลอง (โดมฉายดาว) บนชั้น 23 ราคาผู้ใหญ่ 400 เยน ( 120 บาท)

2. ส่วนของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ที่ชั้น 21 ราคาผู้ใหญ่ 400 เยน ( 120 บาท)

ราคาไม่แพงแฮะ … ผมก็เลยจัดไปเลยฮะ ไหนๆมาแล้ว ก็ดูทั้ง 2 ส่วนเลย (บัตรเด็ก , นักเรียน ,ผู้สูงอายุถูกลงไปอีก น่าพาเด็กแวะมาเรียนรู้กันฮะ)

คุณเจ้าหน้าที่ก็น่ารักดี แนะนำว่า ตอนนี้กำลังจะเริ่มฉายดาวพอดีเลย … ดังนั้น แนะนำให้เข้าไปชมการฉายดาวที่ชั้น 23 ก่อน

ว่าแล้วก็เดินไปชมดาว(ในยามเที่ยงวันกัน) … ก่อนไป เอ๊ะ อะไร มีป้ายกินเนส เวิลด์ เร็คเคอร์ดด้วย

โอ๊ะโอ … ที่กำลังมาเที่ยวอยู่เนี่ย เป็น “ท้องฟ้าจำลอง” ที่สร้างขึ้นบนตึก ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลกเชียวนะ …
เพราะปกติเค้ามักสร้างอาคารท้องฟ้าจำลอง และโดมดูดาวใหญ่ๆแบบนี้ไว้ที่พื้นดิน

พี่ญี่ปุ่นไม่ธรรมดา ยกขึ้นมาไว้บนยอดตึกเลย มิน่าหละ มองเห็นโดมสีเงินๆใหญ่ๆ มาแต่ระยะไกเลย ลงทุนมาก

ปรบมือออออออออ

เดินขึ้นไปชั้น 23 ก็ยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่ (เค้าให้มา 2 ใบ แยกส่วน 2 พิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาไว้ดีๆนะครับ)

จากนั้นก็เดินไปหาที่นั่งมุมเหมาะๆ วันนี้เป็นวันธรรมดา ก็มีโรงเรียนพาน้องๆนักเรียนมาทัศนศึกษาซะครึ่งฮอลล์เลย

หูยยยย ตื่นเต้นนนนน ไม่ได้มาดูท้องฟ้าจำลองนานมาก … ครั้งสุดท้ายสมัยมัธยมเลยมั้งฮะ (นั่นก็เกือบ 20 ปีที่แล้ว)

มารอบนี้ได้เหมือนมาเป็นเด็กอีกครั้ง … ในร่างของผู้ชราแล้ว กร๊ากๆ

 

กติกาการชมก็ทั่วไปฮะ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามใช้โทรศัพท์ ห้ามกินขนม ระหว่างการชมการฉายดาว …

แต่ช่วงแรกๆนี่ตื่นตาตื่นใจฮะ ฉายประวัติความเป็นมาของเมืองโคริยาม่า ด้วยความจอมันใหญ่มาก เลยแบบดูเต็มตามาก เหมือนดูหนังไอแม็กส์

จากนั้นก็เล่าประวัติความเป็นมาของดาวจักรราศีว่า แต่ละกลุ่มดาวมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และมีลักษณะการเรียงตัวของหมู่ดาวอย่างไร

ตอนหลังก็แนะนำว่าในค่ำคืนวันนั้น ( 11 กรกรกฎาคม 2560) บนท้องฟ้าเมืองโคริยาม่า จะเห็นดาวรูปแบบใด

ที่นั่งดี แอร์เย็นฉ่ำมากกกกก สารภาพว่าตอนชมก็แอบงีบไปหลายตอน เพราะว่า ผู้บรรยายเสียงโมโนโทน การบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ O_o” ฟังไม่ออกฮะ

ZZzzzz Zzzzz Zzz ถือว่าได้พักผ่อนไป ในเวลา 1 ชั่วโมง ฮ่าาาาา

พักผ่อนหย่อนขา หย่อนหนังตาเรียบร้อย แรงดี ชาร์จแบตมาเต็มที่แล้ว ก็ได้เวลาออกไปเรียนรู้ต่อแล้วฮะ

เอาตั๋วอีกใบที่เค้าให้มา ยื่นให้พี่พนักงานเลยฮะ เราไปลุยต่อในส่วนของพิพิธภัณฑ์กันต่อเลยฮะ


จากชั้น 22 เราก็ผ่านอุโมงค์อวกาศดิ่งลงไปยังชั้น 21 … เดินวนไปมา น่าสนุก

ที่ชั้น 21 จัดแสดงเรื่องราวของการค้นคว้าทางอวกาศของ องค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศ (宇宙航空研究開発機構) ของญี่ปุ่น หรือที่เรียกย่อๆกันว่า JAXA (ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Japan Aerospace eXploration Agency) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2003 จากการรวมตัวของ ๓ องค์การทางด้านอวกาศของญี่ปุ่น

โดยสโลแกนของ JAXA คือ “ท้าทายท้องฟ้า บุกเบิกอวกาศ” (空へ挑み、宇宙を拓く)
สำหรับภารกิจของ JAXA คือไล่ตามความเป็นไปได้อันไม่มีขีดจำกัด เพื่ออนาคตที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอวกาศ

เก๋เวอร์ … เจ๋งอ่ะ

ดังนั้นในเมืองอวกาศมันเป็นเรื่องราวที่มนุษย์เนี่ยเฝ้าค้นหา ติดตาม วิจัย รวมไปถึงอวกาศเองก้เป็นสถานที่ที่สร้า่งแรงบัลดาลใจให้เด็กๆได้
ที่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองโคริยามา Koriyama City Fureai Science Center แห่งนี้ก็เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ให้เยาวชนญี่ปุ่นได้เช่นกัน … ซึ่งจริงๆก็สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยจากทั่วโลกที่มาเยี่ยมชมสถานที่นี้เช่นกัน

ญี่ปุ่นส่งนักบินอวกาศไปทำงานยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station (ISS) หลายคนมากฮะ
ส่วนพี่คนนี้หล่อสุด เอ๊ย คนที่ไป(รอง)ล่าสุด … อย่างเท่

นิทรรศการภายในมีการจัดแสดงชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่ๆนักบินอวกาศด้วย กินอยู่ หลับนอน ทำงานอะไรบ้าง มีให้ได้เรียนรู้กัน

หรือแม้แต่เรื่องอาหารการกิน … ดูหน้าตาอาหารดิครับ ไม่น่ากินเอาซะเลย

แต่ๆๆๆๆ ถ้าใครอยากลอง … ด้านนอกตรงขายของที่ระลึกมีขนม – อาหารนักบินอวกาศขายด้วยนะ (เดี๋ยวซื้อกลับมากินที่ไทย)

ที่บอกว่าไปอยู่บนอวกาศเนี่ย ญี่ปุ่นส่งไปหลายคนแล้วนะครับ มีผู้หญิงด้วย … เจ๋งอ่ะ

สำหรับเด็กเล็กบางทีอธิบายเรื่องยากๆเด็กอาจจะไม่เข้าใจ เค้าเลยมีมุมให้เด็กๆมาสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ … แต่งเติมจินตนาการได้อย่างเต็มที่เลย

หรือถ้าเด็กโตหน่อย ก็มีมุมการทดลองวิทยาศาสตร์ Science Show ให้เด็กๆตื่นเต้นกัน

นอกจากนี้ยังมีส่วนของนิทรรศการว่าด้วย เอกภพ กำเนิดจักรวาล ดาวเคราะห์ ดาวหาง ดาวตก ก็มีให้ชมกัน

รวมไปถึง สะเก็ดดาว ‘คัมโป เดล เชโล’ (Campo Del Cielo)* จากประเทศอาเจนติน่า

ซึ่งเจ้า คัมโป เดล เชโล เป็นหนึ่งในดาวตกครั้งใหญ่ ขนาดมหึมา ตกทีกินพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตรเลยครับ
ตอนตกลงมาก็มีสะเก้ดกระจายไปทั่ว ด้วยความเยอะ มีมากมาย ก็เลยได้ถูกแบ่งกันนำไปจัดแสดงทั่วโลกเลยฮะ

… แวะมาลองจับสะเก็ดดาวของจริงกันได้ฮะ

* บ้านเราก็มีนะครับ ตระเวนไปตามงานคาราวานวิทยาศาสตร์ด้วย … เพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่หินนะครับ แต่มันเป็นเหล็ก เอาแม่เหล็กมาแตะนี่ดูดติดหนึบเลย

เยี่ยมชมพิพธภัณฑ์ครบ หมดแล้ว ก็ได้เวลาชอปปิ้ง 555+

งานนี้เลยเหมาขนม – อาหารของจริงที่นักบินอวกาศนำไปรับประทานบนอวกาศมาชิม … ฮืออออ  คือมันพอกินให้หายอยากฮะ

รสชาตินี่ใกล้เคียงอยู่ ยกตัวอย่าง … โดริยากิ ก็เป็นโดริยากิแหละ แต่ด้วยความมที่อบแห้งไปรสสัมผัสมันเลยไม่ใช่อ่ะ

โดริยากิมันต้องชุ่มฉ่ำ มันต้องมีไส้ มันต้องชุ่ม มันต้อง …. เข้าใจผมป๊ะ ฮ่าๆๆๆๆ

ซื้อมาลองกันเหอะ อยากให้ลอง ซองละ 650 เยน แบ่งๆเพื่อนกิน สร้างประสบการณ์ใหม่ว่าครั้งหนึ่งเคยได้กินขนมของนักบินอวกาศ ฮ่าาาาา

—- ช่วงนี้มีสาระ —-

เทคโนโลยีการอบแห้ง (ฟรีสดราย) นี่เป็นเทคโนโลยีการอบอาหารเพื่อให้อาหาร – ขนม มีน้ำหนักเบา เก็บรักษาไว้ได้ยาวนานขึ้น
เหมาะกับการไปกินในอวกาศ เค้าเลยส่งไปให้นักบินอวกาศกินกัน … ภายหลังเทคโนโลยีนี้ได้ถูกส่งกลับมายังโลกเรา ให้เราได้กินกันบ้าง …

ดังนั้น วันไหนกินขนุนอบแห้ง ทุเรียนอบแห้ง นั่นแหละ … ขนมอวกาศ 555+

ชอปปิ้งเรียบร้อยก็ขอนั่งพักสักนิด ถ่ายรูปชมวิวสวยๆของเมืองโคริยาม่า สำหรับชั้น 22 ที่เราชมวิวกันนี้ ชมวิวฟรีนะครับ มีร้านอาหารด้วย
ใครไม่อยากเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยากแวะมาถ่ายรูปมุมสูง แวะมาได้เลยฮะ ชั้น 22 หรือชั้น LOBBY นี่ FREE ครับ

มุมด้านนี้จะมองเห็นตัวสถานีรถไฟ JR KORIYAMA STATION กับรางรถไฟชินคันเซนที่มุ่งขึ้นเหนือไปยังเมืองฟุกุชิมะ

อีกฝั่ง จะเป็นมุมมุ่งลงใต้ไปอุสึโนมิยะ และตรงเข้าโตเกียวฮะ

— ช่วงส่งท้าย —

สำหรับ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งเมืองโคริยามา Koriyama City Fureai Science Center ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สนุก เพลิดเพลิน ใช้เวลาในการเที่ยวไม่นานนัก เหมาะกับการพาน้องๆ เด็กๆ มาเยี่ยมชม หรือใครมีเวลาน้อยก็สามารถขึ้นมาชมวิวฟรีได้ด้วยฮะ


จากพิพิธภัณฑ์ฯ ก็ลงมากินข้าวที่ใต้ตึกอ่ะครับ มีอยู่หลายร้านเลย จากนั้นก็ได้เวลาชอปปิ้งกัน ^^”

ออกมาที่ชั้น 2 ตรงสตาร์บักส์เช่นเดิม ออกมาจากตึกบิ๊กโอปุ๊บ มองไปฝั่งตรงข้าม 

ตึกไกลๆนู่น ขุมสมบัติของแท้ อิอิอิ

เดินมาถึงอีกฟาก เป็นห้าง YODOBASHI-KORIYAMA ห้างนี้ออกแนวเหมือนดองกี้เลยฮะ

สารพัดสารพันจะขายรวมกัน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ของเล่น เกม ดนตรี เสื้อผ้า แฟชั่น …

ซึ่งข้อดีของ YODOBASHI-KORIYAMA คือ คนน้อยกว่าโตเกียวมาก ชอปปิ้งสบาย  ลดราคาเยอะทีเดียว

อารมณ์เหมือนเราไม่ต้องไปแย่งชิงกับใครเหมือนในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว ^^”


ทาวเวอร์เร็คคอร์ดก็มี … SHINEE ก็มา GOT7 ก็มา

YOUR NAME แอนิเมชันดีๆจากญี่ปุ่น ที่โด่งดังไปทั่วโลก ก็เห็นป้ายทุก 20 เมตรเลยทีเดียว 55+

หรือใครที่ชอบรองเท้า ซื้อมันอยู่นั่นแหละ … ซื้อบ่อยจนคนถามว่า “แกเป็นกิ้งกือเหรอ … ทำไมซื้อรองเท้าเยอะจัง”

55+

ก็ของมันต้องใช้ … ก็มันถูก … ซื้อไว้ก่อนละกันนะ อิอิอิ

นี่ถ่ายรูปมาให้ดูว่ามันถูกขนาดไหน

เช่นรองเท้าผ้าใบ VANS คู่ละ 600 บาท !!

หรือรองเท้า CROCS คู่ละไม่ถึง 600 บาทก็มี
ซื้อมาใส่เล่นๆ ไว้เดินไปชอปปิ้งที่ตลาด อิอิอิ


ไม่สรุปแล้วกันนะว่าได้อะไรบ้าง … แต่สรุปได้ว่า กระเป๋าออกลูกเลยจ้า 555+

จากเดิมที่แค่ต้องไปเอากระเป๋าที่ล๊อกเกอร์แล้วลากขึ้นชินคันเซนกลับโตเกียว

กลายเป็นต้องเผื่อเวลาจัดกระเป๋าใหม่ แล้วค่อยไปขึ้นรถไฟ 55+


พอได้เวลา ก็มุ่งหน้ากลับโตเกียว … พักโตเกียว 1 คืน ก่อนที่จะกลับไทยในวันต่อไป

บ๊ายบาย ฟุกุชิมะ

You may also like

Leave a Comment