Travel

เกาะเกร็ด เที่ยวสไตล์ช่วงบ่าย ไปจนค่ำมืด

posted by oatkrubpom February 20, 2019 0 comments

เกาะเกร็ด ชื่อนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต้องการความ ไท๊ย ไทย
ทั้งล่องเรือ ปั่นจักรยานเข้าสวน ชมวิถีชีวิตผู้คนริมน้ำ ชอปปิ้ง ตะลุยกินอาหารคาวหวาน แล้วก็กลับบ้านนอน
แถมด้วยการเดินทางที่ไม่ไกลมากนักมาได้สะดวกทั้งรถ ทั้งเรือ
หรือมาทางรถไฟฟ้า แล้วนั่งแท็กซี่ต่อมาอีกหน่อยก็ยังไม่ลำบากเกินไป
จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะหลั่งไหลมาสัมผัสวิถีชีวิตที่เกาะเกร็ด

แต่ถ้ามาแบบ Lost is fun เราจะมาธรรมดา มาสายๆ
กินข้าวเที่ยว ซื้อของ ตอนบ่ายกลับแบบคนอื่น โอ๊ยยยย ไม่ได้ มันธรรมดาไป

มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน รอบนี้มาเที่ยวประสาทีมนกฮูก
นอนตีสอง ตื่นเที่ยงวัน ก็ต้องเปลี่ยนทริป สลับแผนมาเที่ยวเกาะเกร็ด ช่วงบ่าย ยาวไปจนมืดค่ำ
เอ๊ะ ว่าแต่บ่ายๆ ไปจนมืดมิด มีอะไรให้เราเที่ยวบ้างนะ ?

กว่าเราจะไปถึงเกาะเกร็ดก็บ่าย 2 กว่าๆแล้ว เราขับรถไปกับบิดามารดา ตอนแรกว่าจะจอดในวัดสนามเหนือ
แต่เยื้องวัดมีที่จอดรถเอกชนแถวนั้นว่างอยู่ แถมมีหลังคาด้วย ก็เข้าจอดเลย 40 บาทเอง เหมาๆ คุ้มๆ
จากนั้นก็เดินเข้าวัดสนามเหนือเพื่อนั่ง ชัตเติ้ล โบ๊ท (เรือข้ามฟากนั่นแหละ) คนละ 2 บาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นฝั่าที่ท่าเรือวัดปรมัยฯ

ปกติทั่วไปคนก็จะเดินเลี้ยวขวาไปทางวัดปรมัยฯ ที่มีเจดีย์เอียงริมน้ำเพื่อไปหาอะไรกินกัน ร้านอาหารเพียบ ของฝาก OTOP ก็เยอะ
แต่รอบนี้พอขึ้นท่าปุ๊บ เราเลี้ยวซ้ายปั๊บ เป็นเส้นทางที่เราไม่คุ้น ไม่เคยเดิน เอาๆ ลองดู เห็นป้ายว่าไปวัดฉิมพลี

เออ ไปก็ไป เดินๆไปก่อน

— กาแฟบ้านเลขที่1 —

เลี้ยวมาได้หน่อยเดียวก็เจอร้านกาแฟดักเลยจ้า ร้านกาแฟบ้านเลขที่ 1 ร้านนี้เห็นว่าคนเยอะ รีวิวก็เพียบ เลยแวะเข้าไปหน่อย
ในร้านมีมีโซนนั่งด้านบน รวมถึงเอาขาห้อยลงคลอง … กาแฟดีนะ รสชาติดีเลย ชอบ

ข้อเสียคือ คนอาจจะเยอะนิด นี่ขนาดบ่ายแล้วนะ


มุมนั่งห้อยขาริมคลองที่คิวแน่นแบบไม่ว่างเว้น 555+

/อดจ้า อดนั่งริมน้ำเลย ฮ่าๆๆๆ

— ศิลป์สยาม —

โอ๊ะโอ เดินมาหน่อย โอ้ววว ฉากหนุมานใหญ่เท่าบ้านสองชั้น ดึงดูดให้เราไปดูด้านใน

หัวหนุมาน สำหรับบ้านศิลป์สยามสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา และเป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาและอนุรักษ์ไว้ให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ชม
เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างสรรค์ แบ่งปัน งานศิลป์

แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ บริเวณใต้ถุนบ้านจำลองเป็นถ้ำ มีมุมนิทรรศการให้เราเรียนรู้เรื่องราวของโขนด้วยตัวเอง ส่วนชั้นบนมีงานศิลปะไทยที่แสดงถึงความปราณีตของงานศิลป์ของไทย เพื่อจะได้ตระหนักถึงคุณค่าที่บรรพบุรุษเราได้สร้างให้พวกเราจนถึงปัจจุบัน รวมถึงจำหน่ายงานศิลปะสวยๆด้วยครับ

นี่ก็อุดหนุนพวงกุญแจ เสื้อลายไทยๆไปอีก 2 ตัว … สนบัสนุนศิลปิน สนับสนุนให้งานศิลป์ไทยอยู่กับบ้านเราไปนานๆ ^^”

นอกจากนี้ ที่นี่ยังรับจัด Day trip มีนำชม ดูงานในพื้นที่ พร้อมทำเวิร์คชอปงานศิลปะไทยสวยๆ หรือใครจัดเต็มวันก็มีพาไปปั่นจักรยานเส้นทาง Unseen บุกเข้าสวนเส้นที่นักท่องเที่ยวไม่รู้ด้วยนะ เก๋ไปอี๊ก

 

— คั่วมือ —

เดินลัดเลาะไปตามชุมชน ทางออกจะแคบหน่อย เดินไป หลบมอไซค์ไป หลบจักรยานักท่องเที่ยวเป็นระยะ แต่ก็โอเคนะ ไม่ได้พลุกพล่านจนน่าระแวงอะไร ดีๆ เป็นสีสันดี

เดินมานิดเดียวก็ถึงร้าน “คั่วมือ” ร้านที่เราเคยได้ยินชื่อเสียงมานาน เข้าใจมาตลอดว่าอยู่บนบกไม่ได้อยู่บนเกาะเกร็ด
จู่ๆเดินไปเดินมาเจอเฉยเลย … อ๊ะๆ ไม่พลาดจ้า เริ่มต้นคั่วกาแฟเลยจ้า

ร้านคั่วมือเป็นร้านกาแฟที่ไม่ธรรมดา เพราะว่า กว่าจะได้กินกาแฟแต่ละแก้วต้องใช้การลงมือ “คั่วด้วยตัวเอง” ตั้งแต่นำเอาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในจังหวัดชุมพรนำมาคั่วในเตาแก็สเล็กๆ คั่วไปเรื่อยๆสัก 10 นาที จนสีน้ำตาลเข้มเสมอกัน (ซึ่งฝีมือแบบเรา ไม่เห็นสีเสมอกันเลย 55+) อ้อ การคั่วนี่ มีทั้งคั่วให้เข้มมาก เข้มน้อยได้ด้วยนะ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เราคั่วนั่นเอง

คั่วเสร็จเราก็นำเมล็ดกาแฟมาฝัดๆ เพื่อแยกกาก และเปลืกกาแฟออก จนเหลือแต่เมล็ดกาแฟสวยๆ

หยอดลงลงเครื่อง เพื่อบดๆ หมุนๆ ในเครื่องจนออกมาเป็นผง

จากนั้นก็เอาผงมากดๆใส่เครื่องต้มแรงดันไอน้ำ จนน้ำมันเดือดปุดๆๆๆ ผ่านกาแฟมา จนเป็นกาแฟสดๆให้เราได้กินกัน
ส่วนใครจะเอากาแฟตัวนี้ไปทำเป็นสูตรอะไรก็แจ้งพี่เค้าได้เลยครับ เดี๋ยวพี่เค้าไปเติม นม น้ำตาล ตามสูตรให้เราต่อไป …

โอ๊ยยยย ถึงจะเป็นเวลา เกือบๆ ครึ่งชั่วโมงที่เราทำในกระบวนการ แต่เอาจริงๆมันสนุกมากเลยนะ ได้เรียนรู้เรื่องกาแฟ ได้คุยกับพี่เจ้าของร้านที่มีแพชชั่นหลงใหลในกาแฟ และอยากแชร์ประสบการณ์การทำร้านให้ฟัง ยิ่งได้คุย ยิ่งรักกาแฟมากขึ้น ^^”

ป.ล. อุปกรณ์ราคาชุดละ 200 บาทเอง ได้ตั้ง 3 แก้วกว่าๆ คุ้มมาก สนุกมากกกกก

ป.ล. 2 ตรงกันข้ามกับคั่วมือ เป็นร้านเบียร์คราฟท์เจ้าดัง CHIT BAR แต่แน่น คนเยอะ แทรกตัวเข้าไม่ไหว ทดไว้ รอบหน้าจะมานั่งชิล 55+


นี่เลย กาแฟฝีมือเราเอง “อเมริกาโน่” ฝีมือเราเอง ^^”

— เตาโบราณ —

ความดังของเกาะเกร็ดอย่างหนึ่งคือเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงมาแต่โบราณ เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดนนทบุรี ดังนั้นระหว่างทางเราก็จะพบกับเตาเผาโบราณตามสองข้างทาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้ให้เราได้ชม ได้แวะเรียนรู้กัน

— วัดฉิมพลีสุทธาวาส —
วัดฉิมพลีสุทธาวาส หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าวัดฉิมพลี สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เดิมชื่อว่า วัดป่าฝ้าย วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีอุโบสถงดงามที่สุดในจังหวัดนนทบุรี เป็นโบสถ์แบบมหาอุตม์ที่ยังรักษาลักษณะสถาปัตยกรรมแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ได้มาก การบูรณะในช่วงรัชกาลที่ ๒ คงมีการบูรณะใหม่ทั้งวัด และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดปากอ่าว (วัดปรมัยยิกาวาส) ในครั้งนั้นได้มีพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารตามเสด็จมาบูรณะวัดฉิมพลีสุทธาวาสและวัดใกล้เคียงด้วย

 

ภายในวัดมีการเอาตุ๊กตาจีนมาประดับตกแต่งวัด สูงประมาณ 2 เมตร 1 คู่ที่อยู่ข้างซุ้มประตูโบสถ์ เป็นวัดเดียวในจังหวัดนนทบุรีที่มีการตกแต่งด้วยตุ๊กตาหินจีน

ด้านข้างโบสถ์ มีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบหกประดับกระจกสีเจดีย์สมัยอยุธยา ซึ่งมีเพียงองค์เดียวในนนทบุรี

ที่วัดนี้มีแกงค์หมาดำคอยต้อนรับอยู่ น่ารักทุกตัวเลย หน้าตาดุ แต่จริงๆ เป็นหมาคิกขุ วิ่งมาขอของกิน มาเล่นด้วยทุกตัวเลย

นอกจากแกงค์น้องหมาแล้ว แกงค์น้องแมวเจ้าถิ่นประจำเกาะก็น่ารักไม่แพ้กัน ^^”

— บ้านสวน ริมชล —

เริ่มเย็นย่ำ บรรยากาศเริ่มสงบ เพราะนักท่องเที่ยวทยอยกลับเข้าฝั่งไปแล้ว แต่เราเช็คมาแล้วว่ามีเรือยาวไปจนสามทุ่มนู่น ดังนั้นไม่เป็นไร เดินต่อจ้า แดดอ่อนๆ อากาศกำลังดี ลมเย็นสบาย เดินกลับมาแถวๆกาแฟบ้านเลขที่ 1 เจอป้ายว่ามีร้านอยู่ด้านใน ก็เลยขอเดินเข้าไปดู จนพบกับร้าน บ้านสวน ริมชล

เดินถึงหน้าร้านปุ๊บ ใจหายแว้บเพราะว่า ร้านปิดแล้วน้ารัตน์ กับน้าเปี๊ยกกำลัง สองสามีภรรยากำลังเก็บกวาด ทำความสะอาดร้านอยู่

ไอ้เราก้อยากเข้าไง เลยตะโกนถามไปว่า “ปิดหรือยังครับ ผมเข้าไปดูด้านในได้ไหม”
… น้ารัตน์ออกมาต้อนรับเราแล้วก็เชื้อเชิญเราเข้าไปด้านใน บอกมาๆๆๆ มาดูวิวด้านในได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ …

ส่วนเราบอกน้ารัตน์ว่า “หิวววววว หิวข้าวววว”

555+ น้ารัตน์บอกว่า มาๆๆๆๆ เดี๋ยวน้าทำอะไรให้กิน 555+

ลูกอ้อนได้ผล นอกจากจะเปิดร้านเป็นเฉพาะแล้ว ยังได้รับคำแนะนำว่า นี่ๆ สั่งอาหารไว้ก่อน แล้วไปเดินเล่นบนสะพานทางปั่นจักรยานก่อนก็ได้ อากาศกำลังดี พระอาทิตย์กำลังตกดิน แล้วค่อยกลับมากินข้าว

คุณน้ารู้ใจมากกกก 555+

เราก็เลยไปเดินเล่นบนสะพานเส้นทางจักรยานใหม่เอี่ยมที่ อบต. จัดสร้างขึ้นไว้อย่างสวยงาม
อากาศดีมากจริงๆ ลมเย็นสบาย ได้ฟอกปอดแล้วมีความสุขมาก ^^”

/โรแมนติกมากเช่นกัน

กินวิวเสร็จอิ่มใจ แต่ยังไม่อิ่มพุง ก็เลยเดินกลับมาร้าน บ้านสวน ริมชล อีกครั้งเพื่อ “ไปกิน” อิอิอิ

ไปถึงปุ๊บ อาหารก็ถูกยกออกมาพอดี โอ๊ยยยย น่ากินไปทุกอย่างเลย

ที่สำคัญใช้พืชผักที่ปลูกแบบไร้สารบนเกาะนี่แหละ แถมเป็นพืชผักตามฤดูกาล มีอะไรก็กินแบบนั้น
ที่เราสั่งมากินก็ ปลาทูต้มใบมะดัน , ผักกูดผัดน้ำมันหอย , ยำหมูสามชั้นผักกูด
แต่ไฮไลต์อยู่ที่ เมี่ยงคำกลีบบัว บอกได้คำเดียวว่า เด็ดมาก ห้ามพลาด !!!

กินไป คุยกับน้ารัตน์ น้าเปี๊ยก ไปเรื่อยๆ ได้รู้ว่าที่มาที่ไปของบ้านแห่งนี้พี่คุณน้าทั้งสองตั้งใจเปิดบ้านนี้ให้เป็นที่พักผ่อนของทุกคน ไม่เน้นว่าเข้ามาแล้วจะต้องสั่งอะไรกินก็ได้ “พี่เข้าใจ หลายคนก็กินอิ่มมาจากร้านด้านหน้าแล้ว … แค่เข้ามานั่งพัก ถ่ายรูปก็ได้” พี่รัตน์กล่าวแบบได้ใจมาก ^^”

แล้วน้ารัตน์ก็พาไปชมส่วนโฮมสเตย์ ที่เปิดให้เข้าพักในวันสุดสัปดาห์ ราคารวม อาหารเย็น+ อาหารเช้า ที่พัก และมีกิจกรรมปั่นจักรยานรอบเกาะอีกด้วย

นั่งคุยกับน้าๆทั้งสองแล้วรู้สึกได้เลยว่า คนที่เค้ารักเกาะเกร็ด มีหัวใจที่อยากแบ่งปันความสุขบนพื้นที่ที่อบอวลไปด้วยความรักนี่มันดีจริงๆ …

อบอุ่นแบบที่ว่า เฮ้ย เรามีที่กบดานใหม่แล้ว รอบหน้าจะเอาหนังสือมานอนอ่านที่นี่แหละ มันต้องดีมาแน่ๆ

พอสักสองทุ่มนิดๆเราก็ลาน้ารัตน์ และน้าเปี๊ยกกลับบ้าน

เดินกลับมาท่าเรือ แม้จะเงียบๆ มืดๆ แตกต่างจากช่วงกลางวันที่แสนพลุกพล่านแต่ก็ไม่ได้รู้สึกน่ากลัวแต่อย่างใด
รอไม่นานนักเรือข้ามฟากก็เวียนมารับ ราคายามค่ำ คนละ 3 บาท เท่านั้น ไปเอารถแล้วก็กลับบ้านด้วยความสุข

ไปเอารถแล้วก็กลับบ้านด้วยความสุข … สุขที่ได้รู้ว่า “เกาะเกร็ด” ยามบ่ายยันค่ำมันดีแบบนี้นี่เอง นักท่องเที่ยวน้อย สงบกว่า ไม่เบียดเสียด ไม่ร้อน แถมยิ่งมืด ยิ่งเพลิน … มาลองนะ เชื่อเรามันดีจริงๆ

You may also like

Leave a Comment