Travel

รีวิวสิงคโปร์ กตัญญุตาทราเวล ผู้ปกครองอยากไปไหน จัดให้จ้า

posted by oatkrubpom July 19, 2019 0 comments

สิงคโปร์ ตามใจผู้ปกครอง  🦁🌴 … Singapore with parent request
.

 รีวิวสิงคโปร์รอบนี้เป็นการเดินทางแบบยกครอบครัว Family trip บินลัดฟ้า พาเฮเลโล 6 ชีวิต บิดา มารดา พี่-น้อง และ …. มาร่วมแจมด้วย
😁

ดังนั้น ทริปนี้จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลง … กึ่งมีแผนเที่ยว กึ่งมั่วหน้างาน …
โจทย์ คือ ทำให้บิดามารดาเหนื่อยน้อยสุด แต่ก็ต้องทำใจว่าเดินเยอะ เพราะต้องเก็บที่เที่ยวให้แยะที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องประหยัดด้วย แต่ก็อดไม่ได้บางทีที่จะสะดวกสบาย (งงไหม อิอิ)
.
555+ บางทีก็สงสารผู้เฒ่าเนอะ 😘
.
.
เที่ยวแบบ มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน ยังต้องคงคอนเซป …
.
สนุก เก็บครบจุดสำคัญ แถมประหยัดด้วย
อะไรฟรีนี่ก็รีบไป อะไรที่ประหยัดได้ เราก็ประหยัด 
.
ลองค่อยๆ อ่านคำบรรยายใต้ภาพไปเรื่อยๆ แล้วเชื่อว่าทุกคนจะตามไปเที่ยวสิงคโปร์ได้ง่ายๆ งบไม่เยอะ อุ่นใจ
.
ส่วนทีมอยากพาผู้ปกครองไป อ่านจบแล้วจะรู้ว่า เฮ้ย พาบิดา มารดา มาเที่ยวแบบนี้แหละ ไม่เห็นยากเลย (แชร์ให้บิ้วท์ให้ผู้ปกครองอ่านบัดนาว)
.
แล้วที่สำคัญ อ่านจบแล้ว จะอยากกลับไปซ้ำสิงคโปร์อีก … ไม่รู้สิ ไปแล้วก็ไปซ้ำอีกได้ 555+
.
อ่านจบแล้ว ชอบกด LIKE กด Share เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะตัวเอง ^^”

ลงชื่อ

โอ๊ต-ครับ-ผม

—– DAY 1 —–

“เดี่ยวพาไปเที่ยวสิงคโปร์นะ … อยากไปไหมอ่ะ ?”

คิดว่าบิดา – มารดา เราจปฏิเสธไหม 555+

ทริป มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว … สิ่งที่ต้องคว้ามาให้ได้ก่อน ก็คือตั๋วเครื่องบิน

เราก็จ้องจอทราเวลโลก้า (Traveloka) ไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะหาตั๋วราคาเร้าใจ …
ที่จองผ่านทราเวลโลโก้ ก็เพราะมันง่ายยยยยยยยยยยยย จิ้มเช็คๆในมือถือได้ / สะดวกมว๊ากกกกกก /
อยากไปเที่ยวไหนก็คลิกๆในแอพมือถือเอา เห็นโม้ดราคาคงราคาอ่ะ อยากบินไปไหนก็ไปได้ทั่วโลกนั่นแหละ
นี่ก็ว่าดี บินได้ไม่มีปัญหาอะไร เราก็ใช้ เพื่อนเราก็ใช้เยอะ

ขอเม้าท์มอยนิดนึง .. จะบอกว่าตอนจองสะกดชื่อนามสกุลผิดไปตัวนึง เจ้าหน้าที่จัดการประสานให้คำแนะนำในการแก้ไขดีเชียว …
เนี่ยบินรอดกลับมาเขียนรีวิวได้ แปลว่าของเค้าดีจริงจ้า …

เอ้อ เค้ามีโค้ดส่วนลดเยอะนะ ลองดูตรงหน้าโปรโมชั่นก่อนกดจองนะจ๊ะ ได้ส่วนลดมาอีกสองร้อยสามร้อยบาท ก้ดีเด้อ เอาไปกินชาไข่มุกได้สองแก้วนะ 555+

ไปตำกันได้ที่ >>> Traveloka

เราเดินทางด้วยสายการบิน ไทย ไลอ้อนแอร์ ที่จู่ๆมีโปรโมชั่น ขาไป เที่ยวละ 1,080 บาท ต่อคน มีรวมโหลดกระเป๋า 15 กิโลกรัมด้วยนะ

แต่หลังจากจองไม่นานสิงโตราคาดีดตัวสูงขึ้นแล้ว ยังไม่ให้โหลดกระเป๋าฟรีอีก >__<~ … งานนี้เลยต้องวุ่น ลุ้น จ้องโปรโมชั่น หาตั๋วขากลับ

สุดท้ายได้ สกู๊ต ขากลับ 1,800 บาท ต่อคน โอเคนะ เพราะสายการบินอื่น ขาเดียว เกือบ 3 พันบาท

ตั๋วไป-กลับ คนละ 2,800 บาท กำลังดี ไม่แพง ไม่ถูกจนตกใจ

ทั้งหมดก้จองผ่านทราเวลโลก้านี่แหละ … ถึงวันก็ไปเช็คอินกัน ^^”

ขาไป ไลอ้อนแอร์ เอาเครื่องใหญ่บิน มีจอให้ดูทีวี ให้จิ้มเล่นเกมไป แต่ๆ ไม่ได้เตรียมหูฟังไปด้วย อดจ้า ดูภาพไปแทน

 

บินแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงเกาะสิงคโปร์แล้ว ก่อนร่อนลงจอด ก็จะพบภาพเรือสินค้าเต็มทะเลไปหมด เป็นภาพที่คุ้นตาของประเทศสิงคโปร์
สำหรับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์บินลงที่ เทอมินัล 3 นะครับ โอ่โถง ใหญ่โตมาก


ขั้นต่อมา ยังจ้า ยังไม่รีบไปผ่าน ตม. เราพาผู้ปกครอง และชาวคณะ เดินมาเที่ยวที่สวนผีเสืิ้อที่อยู่ในสนามบินนั่นแหละ เดินไกลนิดหน่อย แต่รวมๆแล้ว ดีนะ สวยดี

ผู้ปกครองชอบใหญ่ เฮ้ย มีสวนแบบนี้ มีน้ำตก มีผีเสื้อในสนามบินด้วย


จากนั้นก็ไปผ่าน ตม. กัน คุณ ตม. งงนิดหน่อย อ่าว บินลงไลอ้อนแอร์ ไม่ลงอีกฟากของ ตม. อ่ะ
ก็บอกคเ้า พาผู้ปกครองมาดูสวนผีเสื้อ เค้าก็โอเค ยิ้มแย้ม บริการผู้ปกครองวัยชราอย่างสนุกสนาน กล่าวต้อนรับกันครึกครื้นลั่น ASEAN LANE

รอบนี้เราจองรถรับ-ส่งมาล่วงหน้า มาถึงก็ whatsapp คุยนัดหมายกับเค้า แล้วก็เข้าเมืองไปโรงแรมกัน
ราคาพอไหวนะ เที่ยวละ 1 พันบาท … ถือว่าประหยัดเวลา ไม่ต้องให้ผู้เฒ่าระหกระเหิน เดินต่อรถไฟไปมาหลายต่อ


รอบนี้พักโรงแรม IBIS Singapore Novena ตอนนั้นมันมีโปรฯ แอคอคร์ที่ถือบัตรสมาชิกลดราคาอยู่ เลยได้มาห้องละไม่ถึง 1,500 / ห้อง คืน

มากัน 6 คน 3 ห้อง นอน 2 คืน รวมจ่ายไป ประมาณ 12,000 บาท … คุ้มค่าแล้ว ^^” รอบนี้ไม่ต้องพักย่านเกลังแล้ว อิอิ


ระหว่างให้ผู้ปกครองพักผ่อน เราก็เดินไปเซเว่น อีเลฟเว่นแถวที่พักนั่นแหละ เพื่อจะหาซื้อบัตร EZ-Link
บัตรวิเศษที่จะทำให้ชีวิตการเดินทางเราสบายขึ้น ขึ้นรถ ลงเรือ รถไฟฟ้า ก็แตะปี๊บ ผ่านปุ๊บ

ซื้อที่ 7-11 ค่าเปิดบัตร 12 เหรียญสิงคโปร์ หรือราว 280 บาท แยกเป็นค่ามัดจำบัตร 5 เหรียญ กับ ค่ามูลค่าในบัตร 7 เหรียญ … เราเลยเติมเพิ่มอีก คนละ 10 รวมเป็น 22 เหรียญ (ราว 530 บาท)

ซึ่งอยู่ได้ 3 วันรวด ไม่ต้องเติมเพิ่มละ แถมเหลือกลับไทยอีก 7 เหรียญด้วย

เฮ้ยยย เที่ยวสิงคโปร์ ค่าเดินทางวันละ 200 บาท เองเด้อ

ไม่ได้แพงเท่าไหร่นะ

อ้อ บัตร EZ-Link ซื้อและเติมเงินที่สถานีรถไฟฟ้า ก็ง่าย สะดวกเช่นกันนะ


ให้ผู้ปกครองเลือกว่า อยากนั่งรถไฟใต้ดินไป (มีต่อรถไฟ แต่ฉับไว)

กับ ไปด้วยรถเมล์ ช้าหน่อย รถอาจติดนิดๆ แต่ได้ดูวิว … ผู้ปกครองโหวตขอดูวิว เค้าบอกไม่เป็นไร ไปเรื่อยๆ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น

จากที่พักของเรา IBIS SINGAPORE NOVENA เราข้ามถนนมาปุ๊บ ยืนรอรถเมล์ สาย 145

แป๊บเดียวรถเมล์ก็มา … นั่งเรื่อยๆ ชมวิวไป สัก 40 นาที เราก็ถึงห้าง VIVO CITY แล้ว … ลงหน้าห้างแล้วเดินทะลุมาหลังห้างเลยจ้า

เวลาจะข้ามไปเกาะเซนโตซ่า คนส่วนใหญ่เค้าจะนั่งรถไฟฟ้าโมโนเรล 3 เหรียญ (90 บาท) ข้ามไปเกาะเซนโตซ่ากัน
แต่ผู้ปกครองอึดบอกไม่เป็นไร เดินตามทางริมทะเลไปก็ได้ อยากดูวิวด้วย

เดินเข้าไปในห้าง ทะลุไปหลังห้างตามป้าย SENTOSA WALK พอมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินเข้าเกาะ เห็นป้ายตัวเบ้อเริ่มว่า ฟรีจ้า เดินข้ามเกาะฟรี (ปกติเสียค่าผ่านทาง 1 เหรียญ – 24บาท)

ฟรี ยาวไปจนถึง 30 ธันวาคม 2563 ไปเลยจ้า

เห็นมะ ประหยัดไปได้อีก 24 บาท

ดีงามมมม เดินตามทางเลื่อน พื้นเคลื่อนไปเอง เซฟแรงไว้ … แถมมีหลังคากันแดดกันฝน มุดตัวใต้หลังคาเลย จะได้ไม่ร้อน ชิลลลล

เดินแค่ 750 เมตร เราก็ข้ามมาถึงเกาะเซ็นโตซ่าแล้ว

โชคดีอากาศไม่ร้อนเกินไป เหนื่อยก็หยุดถ่ายรูป ทางเลื่อนก็มี ปล่อยให้ไหลไปตามทางเลื่อน


เดินเข้ามาด้านในก็เจอด่านแรกเลย UNIVERSAL STUDIO THEME PARK ใครอยากเล่นสวนสนุกก็จัดไป

แต่นี่มากับผู้ชรา พาไปดูทะเล ไปดูต้นไม้ต้นหญ้าดีกว่าเนอ

ถ่ายรูปเสร็จก็เดินผ่านลูกโลกไปยัง Merlion park จ้า จะไปหาสิงโตพ่นน้ำตัวพ่อ ตัวใหญ่ๆอ่า

ขึ้นเนินมาก็เจอเมอไลอ้อน พาร์ค (Merlion park) ที่จะมีสิงโตทะเลสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ตัวใหญ่เท่าตึกยืนตระหง่านต้อนรับเราอยู่

แต่เราทดไว้ก่อน เพราะว่ารีบไปดูทะเล เพราะตอนที่ไปถึงนี่เกือบ 5 โมงเย็นละ กลัวมืด กลัวไม่เห็นทะเลกัน 555+

เดินอ้อมหลังเมอไลอ้อนเลย ลงไปด้านล่างเลยครับ

ท่ารถเวียน(ฟรี)ไปชายหาดปาลาวันรอเราอยู่

เดินลงเนินเขามา ให้ชิดด้านซ้ายไว้ จะเจอท่ารถเวียนไปยังหาดต่างๆ

เราเลือกพาชาวคณะไปชายหาดปาลาวัน (Palawan Beach)

โดยขึ้นรถเวียน(ฟรี)ไปยังชายหาด … เน้นนะว่าฟรี แค่ยืนให้ถูกฝั่ง … ถ้าไม่มั่นใจ ถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนบริการเราแถวนั้นเลย พนักงานใจดีมาก เวลคัมสุดๆ

— ชายหาดปาลาวัน —-

หนึ่งในชายหาดที่โดดเด่นที่สุดในสิงคโปร์ ชายหาดปาลาวันเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชายหาดที่มีธีมของโจรสลัดในสไตล์แคริบเบียน ด้วยสะพานแขวนที่เชื่อมโยงไปยังเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือแม้กระทั่งว่ายน้ำข้ามไปได้ โดยชายหาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในใจกลางทางตอนใต้ของเกาะเซ็นโตซ่า นอกจากนั้นชายหาดปาลาวันยังมีจุดเด่นคือทรายสีขาวละเอียด ต้นปาล์ม และบาร์ริมหาดที่มีชีวิตชีวา เป็นต้น

เหยียบน้ำทะเลเล่นเสร็จพอเป็นพิธี ก็เดินกลับมาทางเก่า เพราะเรามีนัดกับการแสดงแสงสี ฟรีๆ ที่ เมอไลอ้อนตัวพ่อ

ตามกำหนดการเค้าบอกมีโชว์ตอน 19.45 น. นี่นั่งรอจนถึงเวลาก็ไม่มีโชว์อะไร ><”

นักท่องเที่ยวนานาชาติที่มานั่งรอ ยืนรอส่ายหัวไปมา ทำหน้า งง งง เอ๋อๆ กัน

อ้าว ทำไมไม่มีโชว์แสงสีแบบในเว็บบอก …

อืม ไม่มีก็ไม่มี ไปดูอีกโชว์ฟรีก็ได้ .. ตรงแถวปลายสะพานที่เราเดินข้ามเกาะมาตอนแรกนั่นแหละ

โชว์ฟรีรอเราอยู่ แต่ต้องรีบหน่อยนะโชว์มีตอน 2 ทุ่มตรง


ของฟรีมาแล้วจ้าาาาาา ( vdo อยู่ในคอมเมนท์ใต้ภาพนะ )

นี่เลยครับ เครนแดนซ์ #Cranedance

เป็นการแสดงแสงสีเสียงของหุ่นยนต์ มีความสูง 30 เมตร น้ำหนักกว่า 30 ตัน และสายน้ำคล้ายการขยับเคลื่อนไหวของนกกระเรียน 2 ตัวในทะเล มีฉากหลังเป็นห้าง Vivo City

เวลาจัดการแสดง

20.00 น. ของทุกวัน ***ชมฟรี*** ย้ำว่า ฟรี**

ชมเสร็จ ก็เดินตามสะพานข้ามเกาะกลับไปห้าง VIVOCITY เลยจ้า

โอ๊ะโอ ถ้าอ่านรีวิวมาแต่ต้นจะเห็นว่า นี่แทบไม่เสียเงินเลยนะ 55+

พอการแสดงจบลง เราก็เดินข้ามทะเลกลับมาถึงห้าง VIVO CITY ที่เราผ่านมาเมื่อบ่าย

ก็หิวจ้า หาอะไรกินก่อนเลย จบที่ ฟู้ด รีพับลิค (Food Republic) ศูนย์อาหารที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของห้างวีโว ซิตี้ …

ชาวคณะสั่งหลาย ๆ อย่างมากินรวมกัน อร่อยดีนะ

ร้านนี้เค้าเครมว่า เป็นอาหารแบบสิงคโปร์ดั้งเดิมเลยนะ เออจริงบางอย่างก็ไม่คุ้น

บางอย่างก็คุ้นมาก โดยเฉพาะหมูกรอบที่กินแล้ว เฮ้ยยย นี่ชั้นกลับไทยแล้ว 555+ ***ต้องกินนะ ต้องกิน หมูทอดอร่อยมาก ***

ราคาชุดละ 7 – 9 เหรียญ หรือราว 165 – 190 บาท /ชุด (กับข้าว + ข้าว)

จากนั้นก็เดินออกหน้าห้าง แล้วมุดลงลอดใต้ดิน เพื่อขึ้นรถเมล์สาย 145 กลับที่พัก

เฮ้ยยยย สบายยย ค่ารถเมล์แค่ 50 บาทเองมั้ง

ไปกลับที่พัก – VIVO CITY 100 บาทเอง

อร๊ายยยยย เที่ยวเมืองนอกก็ประหยัดได้นะ

… ถึงที่พักก็นอนพักผ่อน หลับบบบบ พรุ่งนี้เริ่มกันใหม่

—– DAY 2 —–

สวัสดีเช้าวันที่ 2 

วันนี้ตื่นสายนิดๆ ออกจากที่พักราว 10 โมงเช้า ให้ทุกคนนอนเยอะๆ เพราะเราจะเที่ยวตั้งแต่สาย ยันเที่ยงคืน 555+

จากที่พักเพียงเดินข้ามถนนมาจะเจอห้าง (ที่เรารอรถเมล์สาย 145 ไปเที่ยวเซ็นโตซ่ากันเมื่อวาน)

เพิ่งรู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆ ที่คนไทยไม่ค่อยมาเที่ยว เลยพากันข้ามไปดู

เดินผ่านข้างๆห้าง จะเป็น สวนสาธารณะจงซาน (Zhongshan Park) สุดสวนสาธารณะ เราก็จะพบกับ อนุสรณ์สถานซุนยัดเซ็น นันยาง

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในวิลล่าสองชั้นในยุคอาณานิคมที่ได้รับการปรับปรุงเมื่อไม่นานมานี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ดร.ซุน ยัด เซ็น ผู้นำการปฏิวัติประเทศจีนในปี ค.ศ. 1911 และเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์จีนและเอเชียอาคเนย์

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกันกับที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการของสมาพันธ์ความร่วมมือเพื่อการปฏิวัติประชาธิปไตยจีน (Chinese Revolutionary Alliance) เน้นที่การนำเสนอผลงานของ ดร.ซุน ยัด เซ็น และอิทธิพลของผลงานของท่านที่มีต่อชุมชนชาวจีนในภูมิภาคนี้ในระหว่างการปฏิวัติประชาธิปไตยจีน

สมาพันธ์ฯ ดังกล่าว หรือที่รู้จักกันในชื่อถง เหมิง ฮุ่ย (Tong Meng Hui) นั้นมีอิทธิพลเป็นอย่างมากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในขณะนั้น และนำไปสู่การล่มสลายของการปกครองโดยราชวงศ์ชิง

ภายในมีห้องแสดงประวัติและผลงานทั้งห้าห้องซึ่งเต็มไปด้วยสื่อประสมแบบอินเตอร์แอคทีฟ และมัลติมีเดียต่าง ๆ มากมาย ภาพถ่ายเก่า ๆ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และจดหมายจากบรรดาผู้นำชุมชนคนสำคัญ ๆ ทั้งหลาย แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับ ดร. ซุน ยัด เซ็น ได้เป็นอย่างดี

**แน่นอนว่าเข้าชมภายในเสียตังค์ เราเลยไม่ได้เข้า เลยถ่ายรูปด้านหน้า

แล้วเดินต่อไปวัดพม่าที่รั้วอยู่ติดกันแทน

ติดกับ อนุสรณ์สถานซุนยัดเซ็น นันยาง เป็นวัดพม่านามว่า The Burmese Buddhist Temple ซึ่งเป็นวัดพม่า ในนิกายเถรวาทแห่งเดียวในสิงคโปร์

โดยมีพระประธานที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวที่งดงาม และมีขนาดใหญ่ตั้งประดิษฐานอยู่

** ไม่มีค่าเข้าชม  ไปกราบพระขอพรกันได้ … ถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซให้เพื่อนๆตกใจว่า เอ๊ะ เราอยู่ไหน พม่า หรือ สิงคโปร์ 55+

แถวที่พัก ย่าน NOVENA ใครๆก็แนะนำว่าต้องมากินข้าวมันไก่ร้านนี้ ขนาดพนักงานที่เซเว่นยังบอกห้ามพลาด …
กับร้าน บุน ตง กี่ Boon Tong Gee  (ร้านเดียวกับที่มาเปิดสาขาที่ไทยนั่นแหละ)

บุน ตงกี่ นี่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน มีหลายสาขา แต่ยังไม่ได้กินที่ต้นฉบับที่สิงคโปร์สักที รอบนี้ร้านตั้งอยู่แถวที่พัก เลยขอสักหน่อย จัดไปให้อิ่ม

นี่สั่งมา ไก่ 2 จาน (แบบครึ่งตัว 2 จาน) พร้อมผัดผัก 2 จาน ข้าวมา 6 ถ้วย

หมดไป 1,750 บาท โอ๊ยยย อร่อย 🤤 หาร 6 คน คนละ 291 บาท

คุ้มมาก อร่อยยยยย ชอบบบบบบ


สั่งพวกผัดผัก ผัดถั่วงอกมากินแนมด้วยนะ จะได้ไม่เลี่ยน

ส่วนไก่ เราชอบไก่ชุ่มๆ น้ำราดสีน้ำตาลเค็มๆ แบบนี้อ่ะ อร่อยมากกกก ชอบบบบบ

ติดใจ เอาไป 10 ดาว

จากที่พัก เรายังคงใช้บริการรถเมล์สาย 145 อยู่

เรานั่งยาวไปลงย่าน CITY HALL เพื่อเดินเที่ยวย่านเมืองเก่า ริมแม่น้ำสิงคโปร์

(รถเมล์สายเดียวกับเมื่อวาน แต่นี่ลงประมาณครึ่งทางของทางที่ไปเซ็นโตซ่าครับ)

เดินลัดเลาะไปตามย่านเมืองเก่า ที่แรกที่แวะมาคือ แวะมาถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ช้างที่รัชกาลที่ ๕
ได้พระราชทานให้ไว้เป็นอนุสรณ์ในคราวมาเยือนสิงคโปร์เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

ด้านล่างของฐาน มีจารึกถึง 4 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ลองหาดูนะครับ

เดินผ่านข้างตึกของอนุสาวรีย์ช้าง จะไปโผล่ตรงริมแม่น้ำสิงคโปร์

แวะมาทักทายท่าน เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ตรงบริเวณที่ท่านได้เหยียบแผ่นดินสิงคโปร์ครั้งแรก

จากนั้นก็ได้วางรากฐานในการพัฒนาสิงคโปร์ให้เจริญตามแบบฉบับตะวันตก

เสร็จแล้ว เดินตามแม่น้ำไปทางซ้ายมือเลย ไปดูเมอไลอ้อนพ่นน้ำกัน

เดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ

ทางเดินริมแม่น้ำช่วงนี้วิวสวย อาคารอนุรักษ์ก็ปรับปรุงสวยงาม ทางเดินดี มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะมาก จัดสรรเวลาดีๆนะ 55+

เพราะสวย ตื่นตาตื่นใจ ชาวคณะแทบจะไม่ขยับขบวนเลย ห้าก้าวหยุด สิบก้าวหยุดถ่ายรูปตลอดๆ

เดินข้ามถนนจากโรงแรมฟูลเลอตันเพื่อไป Merlion Park เพื่อจะพบว่าสิงคโปร์พ่นน้ำที่เราเห็นกันในทีวีปิดปรับปรุง 555+

ซวยไปอดดู 555+ ผู้ปกครองอุตส่าห์ได้มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งแรก … ฉ่าๆๆ

อดก็อด ทำอะไรไม่ได้ เดินข้ามสะพานไปตึกทุเรียนเลยละกัน

ถ่ายรูปกับตึกทุเรียนสักแพร๊บ แล้วเดินเลียบอ่าวมาริน่ามาเรื่อยๆ ผ่านอัฒจรรย์ใหญ่ๆ ก็จะถึงสะพานเฮลิกซ์แล้ว

นอกจากโครงสร้างสวยๆแล้ว จากบนสะพาน เรายังได้พบกับวิวสวยๆของอ่าวมาริน่าอีกด้วย

อ่าวมาริน่า #MarinaBay

ภูมิทัศน์สวยงามอันริมอ่าว พร้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมระดับโลก ทำให้อ่าวนี้สุดแสนจะเพอร์เฟ็คสำหรับการเดินเล่น

สวยทั้งกลางวัน และยามค่ำคืน

จากสะพานเฮลิกซ์ เราเดินทะลุห้างมาริเบย์ แซนด์ ไปด้านหลังห้าง ข้ามสะพานลอยฟ้าเพื่อทะลุไปยัง Garden by the Bay

… นี่ผ่านมาครึ่งวัน เสียเงินแค่ค่ารถเมล์ 50 บาท 555+

เดินผ่าน Super Tree ไปก่อนนะ มุ่งหน้าไปโดมกระจกก่อนละกัน ตอนเย็นค่อยมาดูแสงเสียงกัน

ถึงแล้ว การ์เด้นท์ บาย เดอะ เบย์ #Gardenbythebay

สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ พร้อมโดมกระจกขนาดยักษ์ 2 โดมติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่จัดแสดงนานาพรรณไม้ พร้อมดอกไม้หลากสีสัน

ค่าเข้าชมคนละประมาณ 550 บาท

 

เราเริ่มต้นที่ Flower dome กันก่อน โดมนี้ก็สมชื่อเลย จัดแสดงดอกไม้สวยๆที่สลับสับเปลี่ยนธีมกันไปตลอดปี อย่างช่วงที่ไปเป็นช่วงเทศกาลซากุระ โอ๊ยยย ผู้คนลนหลาม มาดูดอกซากุระบานในเขตเส้นศูนย์สูตร

แต่ดีว่าอากาศร้อน … หลบมุมนั้น ถ่ายรูปมุมนี้ได้

สวยจริงๆ

ผู้ปกครองกรี๊ดกร๊าด มางานเดียว ได้เจอซากุระเบ่งบานพร้อมกันถึง 5 สายพันธุ์ สวยมากกกกกกกกกกกกก

ย้ายตัวเองมาอีกโดม กับ Cloud Forest ป่าเมฆที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า พร้อมน้ำตกในร่มที่สูงเท่าตึก 7 ชั้น

ไหลบ่า สาดละลองน้ำใส่คนอย่างสดชื่

เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมาก

อีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาด คือการเดินตามเส้นทางลอยฟ้า ที่ สูง สวย เสียว

*** ลิฟต์อยู่ด้านหลังของน้ำตกนะ เดิอนอ้อมไปขึ้นลิฟต์กัน

ขึ้นไปถึงยอดบนสุด มองลงมาขาสั่นได้อยู่เด้อ สูงดี สวย เสียว เขียว ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

จากยอดสุดของภูเขา เราก็ค่อยๆเดินลงตามสะพานที่ลดหลั่นลงไปทีละชั้น

ในแต่ละชั้นก็จะมีเรื่องราว มีนิทรรศการย่อยให้เราได้เรียนรู้กันอีกด้วย

และที่สำคัญเดินเมื่อยมาก ตอนหลังยอมแพ้บาย ไม่เดินบางชั้นด้วย 555+

ใช้เวลาอยู่ในโดมกระจกคุ้มมาก 3 ชั่วโมง กับค่าบัตรประมาณ 550 บาท

ตอนแรกคิดว่าจะไม่คุ้ม คนอะไรมาดูต้นไม้ดอกไม้ที่สิงคโปร์

แต่พอมาลองจริงๆ โอเค ยอมแล้วจ้าพี่จ๋า มันสวยมาก มันคุ้มค่าตั๋วมาก อลังการงานสร้าง แถมแอร์เย็นฉ่ำอีกด้วย อิอิอิ

—-

จุดต่อไปเราเลือกเดินริมน้ำไปยัง มาริน่า บาร์ราจ จุดพักผ่อนสุดฮิตของชาวสิงคโปร์

*** ระหว่างทางเราจะเจอป้ายให้เราระวังในการเข้าใกล้ “นาก” ไม่เล่นกับตัวนากด้วยนะ ระวังมันกัดเอานะ

อ้อ นาก เป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ แต่ก่อนเคยมีเยอะแยะ แต่พอเมืองมันขยาย พัฒนามาขึ้น น้ำเสีย สภาพบ้านของนากถูกทำลาย พวกมันก็หายไป

ตอนหลังชาวสิงคโปร์ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ดูแลน้ำ จนนากกลับอยู่อาศัยอีกครั้ง … ชาวสิงคโปร์เฮลั่นเลย

เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันว่าเค้ารักษาสภาพสิ่งแวดล้อมได้ดี เกิดสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ จนน้องนากกลับมาใช้ชีวิตแถบนี้อีกครั้ง

เดินเลียบอ่าาวมาเรื่อยๆ ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงแล้ว มาริน่า บาราจ

นอกจากที่นี่จะใช้เป็นเขื่อนเพื่อกั้นน้ำเค็มกับน้ำจืด ป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว

ด้านบนของตัวอาคารยังเป็นลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ ให้คนมาปิกนิก มาทำกิจกรรมกันอีกด้วย

โคตรดี อากาศดี วิวสวย อิจฉาคนสิงคโปร์มากกกก

*** ด้านล่างมีพิพิธภัณฑ์เข้าชมฟรี + ด้านบนที่เป็นสวนก็ฟรีนะ


สวนด้านบนมีคนเล่นว่าวกัน ฟีลดีมากกกกก

พอพระอาทิตย์ตกดิน ผู้คนก็หลั่งไหลกลับมายังตัว Super tree Grove เพื่อชมการแสดงแสงสีเสียงกัน (ฟรีจ้า)

Super tree Grove มีจำนวน 18 ต้น มีความสูงถึง 25-50 เมตร หรือประมาณตึก 16 ชั้น มองเห็นได้ในระยะไกล

ที่สำคัญ ทุกคืนมีการแสดง Garden Rhapsody light and sound shows 2 รอบ 19.45 น., 20.45 น.

สวยมากกกก เว่อร์วังอลังการ และที่สำคัญ ฟรีๆๆๆ

จากนั้น ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับที่พัก จบหนึ่งวันแบบหนักหน่วง 55+

—– DAY 3 —–

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชาวคณะแล้ว เช้านี้ตื่นมาก็หาอะไรกินกันในห้างแถวที่พักนั่นแล

อย่างโจ๊ก + ปาท่องโก๋ ชุดเล็กก็ 5.2 เหรียญ ( ราว 125 บาท) ชุดใหญ่ แพงสุดของชุดบัก กุ๊ด เต๋ ก็ 8.2 เหรียญ (ราว 200 บาท)

ราคามาตรฐานสิงคโปร์ ^^”


จากที่พัก เพียง 2 สถานี เราก็มาถึง ออร์ชาร์ด

เราเลือกเดินออกทางห้าง ION ORCHARD แล้วก็เดินเล่นแถวๆนั้นแหละ ไม่เน้นชอปปิ้ง อิอิอิ เน้นประหยัด

ถนนออร์ชาร์ด #Orchardroad

เรื่องชอปปิ้งต้องยกให้ถนนออร์ชาร์ดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ตลอดสองฟากฝั่งของถนนแห่งนี้มีห้างสรรพสินค้าน้อยใหญ่มากมาย ที่มีแรงดึงดูดให้เงินในกระเป๋าเราหลุดออกไปได้

#เตือนแล้วนะ 5555+

มีห้างใหม่ๆผุดขึ้นมากมาย

แต่ละห้างก็สวยงามแตกต่างกันออกไป

ขนาดสายไม่ชอปปิ้งยังต้อง เดินไป หยุดถ่ายรูปไปเลยแหละ

เดินมาเรื่อยๆ จนถึง ห้าง Orchard Gateway ภายในห้างมีห้องสมุดสุดเก๋อยู่ นั่นก็คือ Library @Orchard เดินเข้าไปได้เลยครับ ไม่มีบรรณารักษ์ ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเลย
มีแต่อาสาสมัคร จัด ดูแลหนังสืออยู่

แวะมานั่งพัก เดินตากแอร์ พักผ่อนในนี้ได้ครับ … ที่สำคัญ ฟรีจ้า

อันนี้เราขอแนะนำ ตรงข้างห้าง Orchard Gateway เค้ามีตรอกตึกเก่าๆอยู่

เค้าเอาตึกมาบูรณะ ปรับเป็นผับบาร์ ร้านอาหาร ขายของที่ระลึก

ไปกันสายฮิปสเตอร์ต้องแวะนะจ๊ะ

นี่แหละสืิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารักสิงคโปร์ เพราะ เค้าผสานความทันสมัย กับเมืองเก่าได้อย่างลงตัว

ตรงข้างห้าง Orchard Gateway เค้ามีตรอกสั้นๆอยู่ตรอกหนึ่ง

ตรอกนี้เป็นที่ตั้งของตึกเก่าๆอยู่ เหมาะกับการแวะมาถ่ายรูปชิคๆลง IG กันนะจ๊ะ

ไปกันสายฮิปสเตอร์อย่าลืมแวะนะจ๊ะ


จากนั้นก็กลับไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่โรงแรม

รอบนี้ เรียกรถ GRAB คันใหญ่ไปสนามบิน (จำราคาแม่นๆไม่ได้ น่าจะราว 800 บาทเอง … นั่ง 6 คน สบายๆ หารมา คนละ 135 บาทเอง)

ถึงสนามบิน เช็คอินก็ง่ายด้วยตู้คีออส … กระเป๋าบางส่วนที่โหลดก็เอาไปโหลดด้วยตัวเองง่ายๆ เสร็จกระบวนการเช็คอินอย่างว่องไวใน 15 นาที

จากนั้นก็เดินผ่าน ตม. ไปเลยจ้า (ขาออกไวมาก ไม่ถาม ไม่ดูอะไรเลย)


ก่อนกลับในดิวตี้ฟรี อย่าลืมอุดหนุนสินค้า OTOP ของสิงคโปร์

เนี่ยๆ ยี่ห้อนี้ก็โอท็อป แบรนด์สิงคโปร์นะ อิอิอิ

ถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ขากลับ ได้นั่งเครื่องใหญ่ ของสายการบินสกู๊ต ที่เค้าจะบินไปโตเกียวกัน แต่หยุดรับคนที่ดอนเมืองด้ว

เราก็ลงดอนเมืองแหละ ส่วนคนอื่นเค้าก็นั่งเครื่องต่อไปญี่ปุ่นกัน

เลยได้นั่งเครื่อง ดรีม ไลนเนอร์ ลำใหญ่ ชอบบบบ สบายดี

— และแล้วก็จบทริป เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ —


อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่าสิงคโปร์เที่ยวง่าย

ค่าใช้จ่ายควบคุมได้

ของฟรีก็เยอะ ที่ต้องจ่ายก็คุ้มค่า

ความปลอดภัยสูง แถมเมืองสะอาด เป็นระบบระเบียบดี

ไปแล้วก็ไปซ้ำได้อีก ทั้งๆที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี่ก็ไปปีเว้นปี 555+

แถมผู้ปกครองที่ได้ไปสิงคโปร์ครั้งแรกก็แฮปปี้ มีความสุข รื่นเริง กลับมามีชีวิตชีวา แข็งแรงทั้งหายใจ เหมือนได้ชาร์จพลังชีวิต

ผู้ปกครองแฮปปี้ บุตรก็แฮปปี้ๆๆๆๆ

—–

ถ้าชอบรีวิวนี้ ฝาก Share ให้หน่อยน้า จะได้มีแรงปั่นรีวิวต่อไป

แล้วเจอทริปหน้ากันนะ ^^”

โอ๊ต-ครับ-ผม

You may also like

Leave a Comment